คนใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดลดลง เมื่อยุคไอทีเบ่งบานในเมียนมา

By | October 11, 2018

คนใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดลดลง เมื่อยุคไอทีเบ่งบานในเมียนมา

คนใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดลดลง เมื่อยุคไอทีเบ่งบานในเมียนมา

            ในวันที่ยุคแห่งคอมพิวเตอร์ครองโลก “เครื่องพิมพ์ดีด” จึงกลายมาเป็นเครื่องใช้สำนักงานตกรุ่นในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศเมียนมา ยังคงมีผู้คนจำนวนมากที่หากินกับเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเงินซื้อคอมพิวเตอร์ อีกทั้งในหลายพื้นยังคงเผชิญกับปัญหาไฟดับอยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประเทศเมียนมากำลังตกอยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน และมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นกว่าเดิม แต่ทว่า จำนวนผู้ใช้เครื่องพิมพ์ดีดก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ทำให้ผู้คนที่ยังต้องพึ่งพาเครื่องพิมพ์ดีดในการหาเลี้ยงชีพอยู่ ต่างได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ความในใจจากผู้หาเลี้ยงชีพด้วยเครื่องพิมพ์ดีด

นายทุน ไป่ง วัย 75 ปี ผู้ดำรงอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ดีด กล่าวว่า ตนทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดมานานกว่า 50 ปี สำหรับตัวเขานั้น เครื่องพิมพ์ดีดถือว่ามีข้อดีมาก เพราะไม่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าและเสียบต่อสายอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่วุ่นวายเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้เครื่องพิมพ์ดีด ยังสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายมากอีกด้วย ตั่งแต่คอมพิวเตอร์เริ่มหาซื้อได้ง่ายขึ้นในประเทศเมียนมา ผู้คนก็ไม่ได้ให้ความสนใจในเครื่องพิมพ์ดีดอีกต่อไปแล้ว และอีกไม่นานนับจากนี้ ความนิยมในเครื่องพิมพ์ดีดก็จะหายไปอย่างสิ้นเชิง

มีความผูกพันต่ออาชีพช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดมาก

นายทุน ไป่ง ยังกล่าวเสริมต่อไปอีกว่า ตนเองมีความผูกพัน และรู้สึกรักในอาชีพช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดเป็นอย่างมาก โดยตั้งใจเอาไว้ว่า จะทำอาชีพนี้จนกระทั่งตายจากโลกนี้ไป เวลาที่ตนเห็นผู้คนพากันทำลายเครื่องพิมพ์ดีด จะรู้สึกเสียใจมาก ๆ เพราะสำหรับตนเองแล้ว สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องมือหาเลี้ยงปากท้องที่มีความสำคัญต่อชีวิตอย่างยิ่ง

เมื่อมีคอมพิวเตอร์เข้ามา อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป

ทางด้านนายออง เมียน พนักงานพิมพ์ดีดบอกว่า แต่เดิมนั้น ประกอบอาชีพรับจ้างพิมพ์ดีดที่สามารถทำเงินได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกค้าเหล่านี้ จะมายืนคอยเข้าคิวกันตั่งแต่ยังไม่เปิดร้านด้วยซ้ำ

แต่ทว่า หลังจากที่ผู้คนในเมียนมาเริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์กันมากขึ้น งานที่เคยทำเป็นประจำทุกวันก็เริ่มลดน้อยลงเนื่องจากมีคู่แข่งมากขึ้น สำหรับตนนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์ได้ เนื่องจากไม่มีเงินพอจ่ายค่าเช่าห้องแถวและค่าไฟ จึงขอเลี้ยงชีพด้วยเครื่องพิมพ์ดีดต่อไป